<><>Entry นี้ผมจะเล่าเหตุการณ์ที่ไปเจอมาที่ศูนย์ Sony ใหญ่ (เพชรบุรีตัดใหม่) หลังจากที่เรื่องจบลง ผมสรุปได้อย่างหนึ่งว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ให้ประสบการณ์ที่
อย่างแท้จริง
<><>ผมกำลังใช้โน้ตบุ๊ค Sony VAIO VGN-FE34SP ที่วางขายตอนปลายปี 2006 อยู่ครับ แล้วก็ทนใช้เครื่องที่บานพับมันหลวม (ประมาณว่า จอมันกระพือได้ ถ้าเอาวางบนตัก แล้วเล่นในรถ) มาได้ปีกว่า ๆ (ประกัน 2 ปี 3 เดือน) แล้วบังเอิญได้ Login เข้าไปดูวันหมดอายุประกันของเครื่อง เลยตัดสินใจเอาเข้าศูนย์เพราะหวังใจว่ามันจะกลับมาแน่นเหมือนเก่า…
<><>แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันกลับ….
<><>*ทำท่านึกย้อนไปในเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อน…*
<><>ผมไปกดรับบัตรคิวเพื่อปรึกษาเจ้าหน้าที่ จากนั้นก็นั่งรอคิวเหมือนชาวบ้านทั่วไปที่เครื่องมีปัญหา แล้วอยากให้ปัญหามันหมดไป
<><>จนได้ยินเสียงเรียกคิวสังเคราะห์ที่เขามักใช้กันตามธนาคารเรียกเข้าไปหาเจ้าหน้าที่โต๊ะเบอร์ X
<><>เจ้าหน้าที่ถามผมว่า เครื่องผมมีปัญหาอะไร
<><>ผมตอบกลับไปว่า บานพับมันหลวมครับ แล้วก็เปิดให้เขาดู ว่าจอมันกระพือได้จริง ๆ นะ ประมาณ 5-8 องศาเลยทีเดียว
<><>เจ้าหน้าที่ผู้หญิงหันเครื่องไปลองดันเล่นดูบ้าง ราวกับกำลังทำการทดลองวิชา Engineering Mechanics: Dynamic เพื่อวัดหาองศาการแกว่ง เพื่อนำไปคำนวณความเร็วเชิงมุม ทอร์ก…บลา ๆๆๆ ว่ากันไปนั่น
<><>หลังจากตรวจสอบจนพอใจแล้ว เจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารมาให้ผมกรอก เพื่อส่งเครื่องไปให้ช่างที่อยู่ด้านหลังโต๊ะบริการไปซ่อม หล่อนทำเครื่องหมายในหนังสือที่ว่า แล้วให้ผมลงชื่อ ผมก็ก้มหน้าก้มตาเซ็นต์ชื่อไป
<><>หล่อนบอกให้ผมกลับไปนั่งรอเรียกอีกที เพราะจะส่งไปให้ช่างซ่อมดู
<><>จนเวลาผ่านล่วงเลยไปครู่หนึ่ง ผมได้ยินเสียงขานเรียกชื่อผม ให้ไปดูเครื่อง
<><>พนักงานสาวบอกว่า “ช่างดูให้แล้วค่ะ สกรูว์มันไขแน่นอยู่แล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้” พลางอธิบายใหญ่เลยว่า รุ่นนี้จะมี Space ของมันให้มันมีที่สำหรับ… บลา ๆ… ถึงตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนถูกจับส่งขึ้นเครื่องบินจากลอนดอน กลับสู่สนามบินหัวลำโพงเพื่อมารับโทษทัณฑ์ก็ไม่ปาน
<><>แล้วหล่อนก็หันเครื่องมาให้ผมลองโยกดู พลางถามว่า “คิดว่าน่าจะแน่นขึ้นนิดนึงนะคะ”
<><>ผมลองโยกดูบ้าง ไม่รู้สึกว่ามันต่างไปจากเดิมอย่างไร แต่ก็แสร้งพยักหน้าเห็นด้วย แล้วถามเธอกลับไปด้วยเสียงสั่นเครือ “…เปลี่ยนบานพับไม่ได้เหรอครับ”
<><>เธอตอบกลับว่า “เปลี่ยนไปก็เหมือนเดิมแหละค่ะ เพราะแต่ละรุ่นจะมี Space บลา ๆ…” เสียงบางอย่างที่กายละเอียดผมมันขาดดัง “ผึง!” แต่ผมก็เก็บอาการเอาไว้
<><>ผมพยักหน้า เธอเอาหนังสือส่งเครื่องกลับมาให้ผมลงชื่อรับเครื่องกลับ
<><>ผมเดินกลับมาหาพ่อด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ แล้วเล่าตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง…
<><>สีหน้าพ่อผมเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดฝาด ราวกับเป็นสัญญาณบอกให้ผมรู้ว่า “เดี๋ยวข้าจัดการเอง”
<><>พ่อบอกให้ผมไปกดรับบัตรคิวใหม่ ยามที่ทำหน้าที่กดบัตรคิวให้มีสีหน้าฉงน ถามผมว่าทำบัตรคิวหายหรือไร
ผมขมวดคิ้ว เพราะพยายามเก็บอาการผิดหวังปนสิ้นหวังนี้ไว้ พอยามเห็นดังนั้น จึงไม่ถามอะไร แล้วกดบัตรคิวให้…
<><>จนได้ยินเสียงผู้หญิงสังเคราะห์เรียกให้ออกรบเท่านั้น… หนนี้ผมถูกเรียกไปที่โต๊ะเบอร์ X+1
<><>เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการผมเป็นผู้ชาย พร้อมด้วยผู้ชายใส่แว่น ผิวสีขาว คอยช่วยดู ที่ผมเคยได้รับบริการเมื่อครั้งเอาเครื่องเข้าศูนย์คราวก่อน ด้วยอาการเครื่องไม่สามารถเขียนแผ่น Recovery ออกไปได้ ซึ่งก็ได้รับบริการจากคนนั้นเป็นอย่างดี เขาสามารถตอบคำถามผมได้เป็นที่พอใจ (ซึ่งก็เหมือนกับที่ไปหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ตมาทุกประการ)
<><>ผู้ชายใส่แว่นคนนี้ เหมือนจะเป็นคนที่คอยพิจารณาว่าจะช่วยลูกค้าได้อย่างไร และมากเท่าไหร่
<><>พ่อเปิดฉาก อธิบายไปว่า เมื่อกี้ผมไปที่โต๊ะเบอร์ 6 ไปให้ช่างดูอาการแล้ว บอกว่าแก้ไขอะไรไม่ได้เลย คุณจะช่วยผมได้ยังไงบ้าง
<><>ชายใส่แว่นตอบกลับว่า อาการนี้เกิดจากความสึกหรอของโน้ตบุ๊คเมื่อใช้ไปนาน ๆ ครับ เป็นอาการปกติ ที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป
<><>พ่อผมถามกลับไปว่า แล้วมันเกิดขึ้นในขณะที่ประกันยังไม่หมดนี่น่ะหรือ? เป็นไปได้ยังไง
<><>พร้อมยกตัวอย่างว่า มันไม่เหมือนกันนะ มันเป็นชิ้นส่วนภายใน ถ้าเป็นยางรถยนต์ที่มันบดไปกับพื้นถนน แล้วเนื้อยางสึกหรอไปก็ว่าไปอย่าง แต่คุณไม่ได้กำหนดจำนวนครั้งที่นับการเปิดปิดบานพับ และมันยังอยู่ในประกัน มันไม่ควรจะเกิดขึ้น
<><>พนักงานผู้ชายขยับแว่นดังกึก ราวกับว่าได้เรียบเรียบคำพูดที่จะอธิบายลูกค้าที่กำลังโกรธอยู่ภายในสมองแล้ว
<><>“มันเป็นปกติจริง ๆ ครับ ไม่เชื่อลองกับเครื่องโน้ตบุ๊คที่ตั้งอยู่ที่โต๊ะบริการทุกตัวเลยก็ได้ครับ เพราะว่าใช้รุ่นเดียวกัน”
<><>พนักงานพูดด้วยน้ำเสียงท้าทายเล็กน้อยว่า เดี๋ยวเรามาดูกันว่า “ประกันจะหมดวันไหนกันก่อนนะครับ”
<><>(แต่ผมไม่รู้ว่าทำไมตอนที่เขาดูวันหมดประกัน มันถึงนานนัก…) จนทราบ เขากล่าวอย่างพึงใจว่า “อ้อ… ปลายเดือนหน้านี่เอง”
<><>พ่อผมยืนกรานตอบกลับไปว่า “ผมไม่ลอง ผมกำลังพูดถึงโน้ตบุ๊คทั่ว ๆ ไป ไม่ใช่เฉพาะรุ่นนี้”
<><>ชายใส่แว่นตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ส่อให้รู้ว่าทางเขาก็มีอารมณ์เหมือนกัน “ขนาดจอไงครับ น้ำหนักของจอ ความหนาของจอ ถ้าไปดูรุ่นอื่นจะเห็นว่า จอมันบางลง และรุ่นที่ว่ามีขนาดเล็กกว่าจึงไม่เกิดอาการที่ว่านี้”
<><>พ่อสวนกลับทันทีว่า “คุณจะบอกว่า บานพับของโน้ตบุ๊คยี่ห้อนี้ออกแบบมาไม่แข็งแรงพอจะรับน้ำหนักจอที่ใช้งั้นสิ”
<><>ต่างฝ่ายต่างเถียงกันอีกพักหนึ่ง จนพ่อผมเซ็ง….
<><>พ่อบอกว่า “ผมไม่เถียงกับคุณ ผมอยากคุยกับผู้จัดการสาขาคุณ ใครก็ได้ที่ตำแหน่งสูงกว่าคุณ”
<><>ชายฉกรรจ์ที่ตกเป็นเป้าสายตาไม่แพ้พ่อผมตอบกลับว่า “เชิญเลยครับ”
<><>พ่อผมเสริมไปอีกว่า อยากจะให้ออกหนังสือ มีการลงชื่อไปเลยว่า อาการอย่างนี้มันปกติจริง ๆ เมื่อใช้งานไปแล้ว แต่ยังอยู่ในระยะประกัน จะได้เอาไปลงหนังสือทางด้าน IT ส่งให้สื่อ หรืออะไรก็ตามแต่ที่ผมต้องการ
<><>พนักงานได้ยินดังนั้น จึงกดโทรศัพท์ภายใน แล้วบอกให้พ่อผมไปรอในห้อง ระฆังแก้ว 1 ซึ่งในนั้นดูเหมือนใช้ผนังเก็บเสียง ตรงกลางห้อง มีโต๊ะแก้วกลม วางอยู่ตรงกลาง แล้วมีเก้าอี้รูปทรงทันสมัย 4 ตัวว่างเรียงอยู่รายรอบ
<><>ระหว่างที่ผมกับพ่อนั่งรอกันอยู่ พนักงานชายที่ประจำโต๊ะ 7 (ไม่ใช่คนใส่แว่น) ก็โผล่หน้ามาบอกว่า “รอซักครู่นะครับ คนที่จะมาคุยด้วยชื่อคุณ วินิ*” แล้วก็หายตัวไป ซักพักชายใส่แว่นก็โผล่มาบอกว่า “รออีกครู่นึงนะครับ กำลังลงมา” พ่อขอบคุณเขาไปด้วยน้ำเสียงสูงผิดปกติ
<><>เมื่อคุณวินิ* มาถึงเขายกมือสวัสดีพ่อผม แล้วก็ไต่ถามอาการ จากนั้นตรวจสอบว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งผิดคาดมาก เพราะพ่อคิดว่าเขาจะมาแบบรวน ๆ เหมือนที่เจอมาเมื่อกี้ เขาอธิบายถึงกลไกข้างในคร่าว ๆ ให้พ่อผมฟัง พร้อมกับสัญญาว่า อาการนี้จะหายไป แต่จะหายไปหมดเหมือนซื้อมาใหม่หรือไม่ค่อยมาคุยกันอีกทีหนึ่ง พร้อมรับปากว่าจะเปลี่ยนบานพับให้ หากมันซ่อมไม่ได้เลยจริง ๆ
<><>ถึงจุดนี้ พ่อยิ้มอย่างพอใจแล้วตอบหัวหน้าช่างว่า “นั่นแหละครับ ผมอยากได้ยินคำนี้มานาน”
<><>จากนั้น ผมก็ถูกเรียกตัวไปเซ็นต์ใบส่งเครื่อง ซึ่งทางศูนย์ใช้ใบเดิมกับที่ตอนแรกได้ให้ช่างชั้นล่างซ่อมแต่ไม่สำเร็จ และมีชื่อผมเซ็นต์รับเครื่องไปแล้ว
<><>ผมไปเจอเข้าเลยซักถาม พนักงานหญิงบอกว่า “ถึงในนี้จะมีชื่อ แต่ในระบบไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ งั้นเดี๋ยวไปหยิบลิควิดมาลบออกให้“
<><>ถึงตรงนี้ต้องให้พ่อออกโรงอีกแล้ว “ไม่ได้ ทำอย่างนี้ไม่ได้ ลิควิดใคร ๆ ก็ลบทิ้งได้ ให้ขีดฆ่าทิ้ง แล้วเซ็นต์กำกับเอาไว้แทนแล้วกัน”
<><>เธอทำตามที่พ่อเสนออย่างเสียมิได้
<><>หลังจากที่ส่งเครื่องไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังรอให้หัวหน้าช่างเขียนชื่อ และเบอร์ติดต่อให้ ผมจัดแจงเขียนใบความคิดเห็น ระหว่างที่กำลังเขียน ๆ อยู่นั้นคุณวินิ* เดินเข้ามาหา ผมเอามือบังกระดาษแทบไม่ทัน พลางรับกระดาษที่เขียนรายละเอียดเอาไว้ให้
<><>จากนั้นวันต่อมา ตอนเวลาประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง มี SMS ส่งมาจากศูนย์แจ้งให้ทราบว่า ไปรับเครื่องคืนได้แล้ว ด้วยเงินค้างชำระ 0.00 บาท
<><>ถึงตอนนี้ ผมสงสัยเหลือเกินว่า ไอ้การที่ต้องเบิกอะไหล่มาเปลี่ยนให้ลูกค้ามันมีผลกระทบกับรายได้ของพนักงานหรืออย่างไร ทำไมกว่าจะยอมเปลี่ยนให้ได้ถึงต้องโวยขนาดนี้? คุณแลกความประทับใจของลูกค้ากับรายได้คุณอย่างนี้หรือครับ ถือเป็นการก้าวเดินที่ชาญฉลาดยิ่ง
<><>ผมสัญญาว่าจะส่งอีเมล์ไป Complain คุณแน่ ๆ ครับ
<><>ขอขอบคุณหัวหน้าช่างจากใจจริงครับ ที่ให้บริการผมอย่างดีครับ กว่าจะได้บริการที่คาดหวังต้องลงแรงเยอะใช่เล่น สอดคล้องพอดีกับสโลแกนที่ว่า
จริง ๆ
อวสาน
<><>หมายเหตุ: ไม่ครับ นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง บุคคลที่เอ่ยถึงใน entry นี้ล้วนมีจริงทุกคน และหลังจากที่ไปรับเครื่องกลับคืนมานั้น สภาพบานพับกลับมาดีเหมือนเพิ่งซื้อใหม่ครับ พอใจแล้วล่ะ
<><>ป.ล. ขอขอบคุณเว็บไซต์ Sony ประเทศไทยที่เอื้อเฟื้อภาพเครื่องหมายการค้า like.no.other(tm) ให้นำมาใช้
<><>ไม่ทราบว่า Sony ขาดทุนกับ PS3 และ Blu-ray ขนาดหนักหรือไง ถึงได้มาทำกับลูกค้า VAIO ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย?
Sony VAIO loose higne บานพับหลวม ศูนย์โซนี ศูนย์โซนี่ ศูนย์โซนี่ใหญ่ ศูนย์ Sony ใหญ่ Sony เพชรบุรีตัดใหม่ โซนีเพชรบุรีตัดใหม่ โซนี่เพชรบุรีตัดใหม่ บานพับเสื่อมสภาพ พรศักดิ์ ชุ่ย มักง่า การบริการแย่